วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

"บางกอกฟุตซอลอารีนา"บทพิสูจน์ความล้มเหลวผู้ว่าฯสุขุมพันธ์


BangkokElection2013 (วันที่ 7 พฤศจิกายน 2555) - วันนี้ไม่เขียนเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ เพราะเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) มีมติไม่ให้ใช้สนามบางกอกฟุตซอลอารีนา ตลอดทัวนาเมนต์ ฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 โดยอ้างเหตุผลหลักในเรื่องความปลอดภัย ก่อนจะเริ่มเขียนวิเคราะห์ความล้มเหลวของผู้ว่าฯกทม.จากค่ายประชาธิปัตย์ คงต้องเขียนถึงความเป็นมาของสนามบางกอกฟุตซอลอารีนาซักหน่อย 


สนามบางกอกฟุตซอลอารีนา ตั้งอยู่ ณ ศูนย์ฝึกอบรมข้าราชการกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอกกรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นเพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ สนามกีฬาตั้งอยู่บนพื้นที่ 50 ไร่ ที่มีโครงการจะพัฒนาเป็นศูนย์กีฬาด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานครในอนาคต

ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 ที่จัดขึ้นโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(FIFA) จึงได้เริ่มดำเนินโครงการก่อสร้างสนามกีฬาฟุตซอลเพื่อใช้เป็นสนามหลักในการแข่งขัน พร้อมทั้งการจัดพิธีเปิดและพิธีปิดการแข่งขัน โดยในปี พ.ศ. 2553 รัฐบาลมีมติให้กรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ โดยเลือกพื้นที่ศูนย์ฝึกอบรมข้าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่ก่อสร้าง เนื่องจากเป็นพื้นที่ของกรุงเทพมหานครเอง โดยกรุงเทพมหานครได้ลงนามร่วมกับบริษัท อีเอ็มซี จำกัด(มหาชน) ในการก่อสร้างเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555 ในวงเงินการก่อสร้าง 1,239 ล้านบาท และมีพิธีวางศิลาฤกษ์โดยหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่24 มกราคม พ.ศ. 2555

 
จะเห็นได้ว่าโครงการสร้างสนามบางกอกฟุตซอลอารีนานี้มีมติในยุคของรัฐบาลประชาธิปัตย์ โดยให้กทม.ซึ่งก็มีผู้ว่าฯจากพรรคเดียวกันเป็นผู้รับผิดชอบ ที่น่าแปลกใจคือมีการเริ่มต้นก่อสร้างตั้งแต่เดือนมกราคม 2555 วัตถุประสงค์เพื่อให้ทันการจัดพิธีการเปิดการแข่งขันในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 พูดง่ายๆใช้เวลา 10 เดือนกว่าๆกับงบประมาณกว่า 1,200 ล้านบาท แต่ตั้งแต่เดือนสิงหาคมก็เริ่มมีข้อท้วงติงว่าการก่อสร้างล่าช้า ไม่น่าจะทันตามกำหนดการแน่ๆ จนเรื่องนี้ก็ยิ่งรัดคอ กทม. มากขึ้นในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายก่อนที่จะถึงกำหนดพิธีเปิด แต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่าสนามบางกอกฟุตซอลอารีนานี้จะสามารถเปิดใช้งานได้ทัน 
ตลอดระยะเวลาช่วงที่มีกระแสข่าวและแรงกดดันมหาศาลต่อผู้ว่าฯกทม. เรื่องสนามบางกอกฟุตซอลนี้จะเสร็จไม่ทัน ก็มีการออกตัวมาแก้ข่าวและพยายามสื่อว่าเกิดปัญหาตรงนั้น ตรงนั้นหลายๆประการจากผู้ว่าฯกทม. แต่ก็ลงท้ายด้วยการให้คำมั่นว่าจะต้องสร้างสนามฟุตซอลนี้ให้เสร็จทันตามกำหนด แต่แล้วแม้จะเอาพนักงานกทม.เข้าไปช่วยในการก่อสร้างกับบริษัท อีเอ็มซี ก็ยังไม่ทันกำหนดการอยู่ดี แต่ก็ไม่วายที่ผู้ว่าฯสุขุมพันธ์จะดันทุรังส่งเรื่องให้ฟีฟ่าเข้ามาตรวจสอบสนามบางกอกฟุตซอลอารีนาที่ยังไม่แล้วเสร็จดี ซึ่งแน่นอนว่าเสร็จไม่ทันวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 แต่ผู้ว่าฯกทม.ก็ยังมีความหวังจะให้สนามบางกอกฟุตซอลอารีนานี้ได้มีส่วนร่วมในการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 ครั้งนี้ เพราะไม่เช่นนั้นหน้าตากทม.ไม่มีเหลือแน่ๆ แต่ด้วยสภาพการทำงานแบบผักชีโรยหน้า สนามก็ยังไม่แล้วเสร็จดี ดูจากสายตาของคนทั่วไปยังเหมือนกับสถานที่ก่อสร้างที่ควรมีป้ายเตือนอันตรายเขตก่อสร้างด้วยซ้ำ แต่เร่งสร้างให้มันเสร็จทันจึงไม่ผ่านการรับรองความปลอดภัยจากฟีฟ่า และไม่อนุญาติให้ใช้สนามนี้ตลอดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 

งานนี้ผู้ว่าฯสุขุมพันธ์จึงหน้าแหกเต็มๆ เพราะโครงการมูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท กับระยะเวลากว่า 10 เดือน แต่กลับไม่สามารถบริหารจัดการให้แล้วเสร็จเป็นไปตามแผนงานได้ นับประสาอะไรกับนโยบายที่จะต้องดูแลคนกทม.ทั้งหมด เรื่องงามหน้าเรื่องสนามบางกอกฟุตซอลอารีนานี้จึงเป็นบทพิสูจน์ความสามารถในการบริหารงานของผู้ว่าฯกทม.จากพรรคประชาธิปัตย์คนนี้ได้เป็นอย่างดีว่า สอบผ่านหรือสอบตก นี่ยังไม่นับรวมจาก ความผิดพลาดในการบริหารจัดการการระบายน้ำในกทม. และเรื่องงามหน้าอื่นๆ ทั้งในส่วนของผู้ว่าฯสุขุมพันธ์ หรือ ผู้ว่าฯกทม.จากพรรคประชาธิปัตย์คนก่อน ตรงนี้คนกรุงเทพจึงไม่ควรลืม และควรเอามาเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกผู้ว่าฯคนใหม่ให้กับกทม. ว่าสมควรเป็นคนที่บริหารไร้ประสิทธิภาพหรือไม่??? 
                                                                                                                                                Warit Vader

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น