วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2555

'พิพัฒน์'แหกมตินั่งประธานสภา กทม. ดึง'เพื่อไทย'ร่วมช่วยยกมือหนุน ประชาธิปัตย์ฉาวสมาชิกด่ากันลั่น



เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 ต.ค. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีการเปิดประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 2) 2555 โดยมีวาระสำคัญคือการเลือกประธานสภา กทม.และรองประธานสภา แทนตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งที่ประชุมได้มีการเข้าประชุมกันอย่างครบถ้วนโดยที่ประชุมได้มีการเสนอให้นางผุสดี วงศ์กำแหง ส.ก.เขตราชเทวี ที่มีอายุสูงสุดในสภา กทม.เป็นประธานชั่วคราว เพื่อทำหน้าที่เลือกประธานสภา กทม. คนใหม่ ทั้งนี้มีการเสนอชื่อผู้รับการคัดเลือกเป็นประธานสภา 2 คนได้แก่ นายสมชาย เวสารัชตระกูล ส.ก.เขตสายไหม พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และนายพิพัฒน์ ลาภปรารถนา ส.ก.เขตบางรัก พรรคประชาธิปัตย์ ภายหลังมีการเสนอชื่อนายพิพัฒน์ ที่ประชุมได้มีการประท้วง เนื่องจากก่อนหน้านี้ ส.ก.จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการตกลงกันล่วงหน้าว่าจะเสนอชื่อนายสมชาย เพียงผู้เดียว ซึ่งทำให้นางผุสดี เห็นว่าการประท้วงเกิดความวุ่นวายจึงได้สั่งปิดประชุมในเวลา 11.30 น. และเลื่อนการประชุมออกไปเป็นวันที่ 10 ต.ค. แทน ทำให้สมาชิกส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยเพราะเห็นว่านางผุสดี ซึ่งเป็นประธานชั่วคราวไม่มีอำนาจในการปิดหรือเลื่อนการประชุม มีหน้าที่เพียงเลือกประธานคนใหม่เท่านั้น จึงทำให้ผู้ที่สนับสนุนนายพิพัฒน์ กับ นายสมชาย โต้เถียงกันถึงอำนาจดังกล่าว จนต้องให้เลขานุการสภา กทม. ตีความ ซึ่งการโต้เถียงก่นด่ากันใช้เวลากว่า 4 ชม. รวมถึงสมาชิก จาก ปชป. ต่างพากันต่อว่านายพิพัฒน์ที่ไม่ถอนตัวในการลงชิงตำแหน่ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ส.ก.ปชป.ได้มีการโหวตลงมติเลือกนายสมชาย เป็นผู้ชิงตำแหน่งประธานสภาแล้ว

จนกระทั่งเวลา 15.45 น. ฝ่ายเลขาฯได้ให้ตัวแทนสำนักกฎหมายและคดี กทม.มาตีความ ซึ่งได้ให้ความเห็นว่ากฎหมาย ระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ของ สภา กทม.นั้น สมาชิกสภา กทม.เป็นผู้บัญญัติขึ้นมา ดังนั้นการจะดำเนินการใด ๆ ต่อไปนั้นสมาชิกในที่ประชุมสามารถลงมติ เพื่อดำเนินการต่อได้ ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีการเสนอที่ประชุมให้ลงมติให้มีการเลือกประธานสภาชั่วคราวขึ้นมาใหม่ ซึ่งก่อนจะมีการเลือกประธานสภาชั่วคราวคนใหม่ เกิดเหตุไฟในห้องประชุมดับไปเป็นเวลา กว่า 10 นาที หลังจากนั้น มีการทำการเสนอชื่อและเลือกประธานสภา กทม.ต่อไป ในเวลา 16.00 น. โดยที่ประชุมซึ่งมีสมาชิกในที่ประชุมเหลือ 33 คน เนื่องจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่สนับสนุนนายสมชายนั้นได้ออกจากที่ประชุมไปหมด แต่ยังสามารถทำการประชุมได้เนื่องจากมีสมาชิกเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุม และมีการเลือกนายวิสูตร สำเร็จวาณิชย์ ส.ก.เขตลาดกระบังจากพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นประธานสภาชั่วคราว ด้วยเสียงในที่ประชุม 31 ต่อ 1 เสียง โดยนายวิสูตร งดออกเสียง และเกิดสถานการณ์ไฟดับอีกครั้งหนึ่ง ในเวลา 16.10 น. ไปจนกระทั่งสิ้นสุดการประชุม โดยเจ้าหน้าที่สภา ต้องมีการเปิดหน้าต่างเพื่อให้แสงสว่างในการประชุม

และเมื่อเวลา 16.15 น. ประธานสภา กทม.ชั่วคราว ได้นำรายชื่อที่มีการเสนอในช่วงเช้า 2 ราย คือ นายสมชายและนายพิพัฒน์ ขึ้นมาทำการลงมติอีกครั้ง ซึ่งที่ประชุมมีการลงเสียง 31 ต่อ 1 เสียงให้นายพิพัฒน์ ลาภปรารถนา ส.ก.เขตบางรัก ปชป. เป็นประธานสภา โดยนายวิสูตร งดออกเสียง ส่วนรองประธานสภา คนที่ 1 ได้แก่นายประพนธ์ เนตรรังสี ส.ก.เขตจตุจักร พรรค พท. รองประธานสภาคนที่ 2 คือนายคำรณ บำรุงรักษ์ ส.ก.เขตบางนา เป็นประธานคนที่ 2 ในส่วนของ โฆษกสภา กทม. และรองโฆษกสภา กทม. นั้นนายพิรกร วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง ได้เสนอชื่อนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ก.เขตห้วยขวาง พท.เป็นโฆษก และนายณัทวุฒิ หมัดนุรักษ์ ส.ก.เขตสวนหลวง ปชป.เป็นรองโฆษก ทั้งนี้นายพิพัฒน์ ในฐานะประธานคนใหม่ได้มีการกำหนดให้มีการเปิดประชุมสภา สมัยประชุมสามัญสมัยที่ 4 (ครั้งที่ 2) ในครั้งต่อไปในวันที่ 10 ต.ค. นี้

นายสมชาย เวสารัชตระกูล กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการหักมติพรรคอย่างชัดเจน ซึ่งตนเชื่อว่ามีเรื่องอะไรซับซ้อนแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามทั้งนายพิพัฒน์ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ฝืนมติพรรคร่วมโหวตประธาน สภา กทม. คนใหม่นั้น อยู่ที่ พรรคคณะกรรมการบริหารพรรค เป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เนื่องจากตนไม่มีอำนาจในการตัดสินใจและทุกคนต้องยอมรับมติพรรค

ด้านนายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนพร้อมจะปฏิบัติหน้าที่ประธานสภา ตามมติที่ประชุม ซึ่งดำเนินการถูกต้อง ส่วนที่ว่าตนฝืนมติพรรคเป็นเรื่องที่ตนจะเข้าไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ของพรรคเอง

รายงานข่าวแจ้งว่า การที่ ส.ก.ฝืนมติของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ สมาชิกของพรรคประธิปัตย์ที่เคารพมติพรรค 29 คน เห็นว่าสร้างความเสื่อมเสียให้กับพรรคอย่างยิ่ง และได้แจ้งเรื่องนี้ให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ทราบแล้ว โดยนายอภิสิทธิ์ จะเรียกประชุม ส.ก. ในช่วงเช้าวันที่ 10 ต.ค.เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามแผนการไม่เคารพมติพรรค มีการวางแผนกันตั้งแต่ผลการโหวตของสมาชิกของพรรคมีมติออกมา โดยกลุ่ม ส.ก.ที่หนุนนายพิพัฒน์ มีการตกลงกับพรรคเพื่อไทย ให้ตำแหน่งรองประธานสภา และโฆษก รวมทั้งคณะกรรมการในสภา กทม.อีก 5 คณะ จากเดิมตามสัดส่วนจะได้ 3 คณะ จึงทำให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยยกมือหนุนครบทั้ง 14 คน.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น