วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555

“พงศพัศ” แจง"เทพไท" ปัดลักไก่หาเสียง รับต้องคิดหนัก หาก พท.จะส่งชิงผู้ว่าฯกทม.


BangkokElection2013 (วันที่ 2 ธันวาคม 2555) - จากกรณีที่ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาถึงกรณีที่คาดการณ์ว่าพรรคเพื่อไทยจะอนุมัติส่ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการ ป.ป.ส. ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคเพื่อไทย พร้อมกับกล่าวหา พล.ต.อ.พงศพัศ ว่า ได้มีการนำโฆษณาแฝงโดยใช้งบของราชการผ่านโครงการบ้านอุ่นรักนั้น

ล่าสุด พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า เพิ่งทราบข่าวนี้ผ่านสื่อเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อมาจากพรรคเพื่อไทย เพื่อทาบทามให้ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด ส่วนโครงการดังกล่าว ยืนยันว่าทำเพื่อประชาชน ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งตนทำตามหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบในฐานะข้าราชการที่ต้องปฏิบัติเพื่อความสงบสุขของประชาชน และยืนยันว่าจะทำต่อไป

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า หากพรรคเพื่อไทยติดต่อมาให้ลงสมัครผู้ว่าฯ จริง จะทำอย่างไร พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า อยู่ที่การตัดสินใจของ 2 ฝ่าย คือ ทางพรรค และตนเอง เป็นเรื่องของอนาคต หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ต้องลาออกจากการรับราชการ ซึ่งเป็นเรื่องที่คิดหนัก เพราะรับราชการตำรวจมาทั้งชีวิต แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้อยากขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อพี่น้องประชาชนเท่านั้น

“สดศรี” สั่ง กกต. คุมเข้มป้องกันซื้อเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.


 BangkokElection2013 (วันที่ 2 ธันวาคม 2555) - นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงเทพฯ ว่า การเลือกตั้งผู้ว่า กทม. เปรียบเหมือนการเลือกตั้งท้องถิ่นจังหวัดหนึ่ง เพียงแต่กรุงเทพฯ เป็นจังหวัดที่ใหญ่ ซึ่งขณะนี้ กกต. ได้จัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียง โดยอาศัยกำลังตำรวจจาก สน.ต่างๆ มาช่วยสืบเสาะ หาข้อมูลการซื้อสิทธิ์ขายเสียงและช่วยป้องกันและปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น เพราะมีเพียง 2 พรรคใหญ่ แต่ขณะนี้ทั้ง 2 พรรค ยังไม่ส่งรายชื่อผู้สมัครแต่อย่างใด

"ปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงเป็นปัญหาที่แก้ยาก เพราะมีการสมยอมระหว่างผู้ให้กับผู้รับ และก่อนการเลือกตั้งท้องถิ่น มักจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น การแก้ปัญหา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ กกต. แต่ขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกของประชาชน จึงจะแก้ปัญหาได้ สำหรับ หลักสูตร พตส.4 ได้มีการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการซื้อสิทธิ ขายเสียง ปัญหานี้ มีความซับซ้อนลึกซึ้งมีวิธีการแยบยล เช่น ไม่ได้แจกเงิน แต่แจกซิมการ์ดโทรศัพท์ ถือเป็นเรื่องน่าที่กลัวที่สุด"นางสดศรี กล่าว

พท.ยังเก็บตัวผู้สมัคร กทม. เตรียมเปิดตัวก่อนเลือกตั้ง


BangkokElection2013 (วันที่ 2 ธันวาคม 2555) - ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษก พท. แถลงว่า กรณีมีการเสนอข่าวว่า มีการเสนอชื่อผู้สม้ครผู้ว่าฯกทม.ในนามพท. อยู่หลายชื่อทั้งชื่อของพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และเสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทยนั้น ขณะนี้ พท.และกรรมการบริหารพรรคยังไม่ได้รับการเสนอชื่อจากโซนกทม.ทั้ง3 โซนแต่อย่างใด โดยเชื่อว่าผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ที่มีความพร้อมที่จะทำงานหนักให้พรรค ซึ่งงานกทม.เป็นงานหนัก พท.จะต้องส่งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในการแก้ปัญหา ทั้งนี้ หากมีการเสนอชื่อเข้ามาทางกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาได้ทันที ยืนยันจะมีการเปิดตัวผู้สมัครก่อนมีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 แน่นอน หากมีการเสนอชื่อมากกว่า 1 ชื่อเข้ามาทางกรรมการบริหารพรรคก็อาจมีการสำรวจคะแนนนิยมโดยให้ประชาชนพิจารณาก่อนจึงจะให้พรรคพิจารณาตัวผู้สมัครที่จะลงเลือกตั้ง

วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555

พท. พบโกง ! จัดซื้อจัดจ้าง"สนามฟุตซอลหนองจอก"


BangkokElection2013 (วันที่ 1 ธันวาคม 2555) - นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำนักปราบโกงพรรคเพื่อไทย พบพิรุจว่า กทม. ส่อมีการทุจริต ในการจัดซื้อจัดจ้างการก่อสร้างสนามกีฬาฟุตซอล อารีนา หนองจอก พรรคเพื่อไทย จึงเห็นว่าวันจันทร์ที่ 3 ธันวาคมนี้ เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ตรวจสอบการใช้งบของ กทม. ที่อาจมีเงื่อนงำ ขัด พ.ร.บ.ฮั้วประมูล มีการแก้ไขแบบในการก่อสร้างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชน และไซฟ่อนเงินด้วย ในขณะที่ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทย พร้อมสู้ศึกสนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมแสดงความแปลกใจว่า เหตุใดพรรคประชาธิปัตย์ จึงยังไม่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามพรรค ขณะที่พรรคเพื่อไทย เตรียมเสนอนโยบายแก้ไขปัญหาของ กทม. และเปิดตัวผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ภายในเดือนธันวาคมนี้ ขณะนี้พรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะส่ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ลงชิงตำแหน่งดังกล่าวหรือไม่

“เสรีพิศุทธ์” ยื่น กกต. แก้ไขกฏป้ายหาเสียง


BangkokElection2013 (วันที่ 1 ธันวาคม 2555)- พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร.และว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ตนได้ส่งหนังสือหารือไปยัง กกต. กทม.เพื่อสอบถามความชัดเจนเกี่ยวกับประกาศของ กกต.เรื่องขนาดของป้ายหาเสียงที่มีข้อหนึ่งระบุว่า ควรมีขนาดเท่าใด ซึ่งถือว่าไม่ชัดเจนเพราะไม่ใช่คำสั่งห้ามแต่อย่างใด อีกทั้งหากจะอ้างว่าเป็นการเอาเปรียบฝ่ายตรงข้ามก็ตาม แต่ยังมีการกำหนดกรอบการใช้เงินงบประมาณหาเสียงของ กกต.ควบคุมอยู่ด้วยเช่นกัน ดังนั้น กกต.จึงควรแก้ไขปรับปรุงระเบียบในประกาศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนภายใต้หลักเกณฑ์และมาตรฐานเดียวกัน

ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ส่วนเรื่องการห้ามไม่ให้สัญญาหรือสัญญาว่าจะให้กรณีใดๆ ขณะหาเสียงนั้น ตนระมัดระวังอย่างเต็มที่ ไม่พูดถึง หรือเสนอรูปแบบการพัฒนาและแก้ปัญหาใดๆ นอกเสียจากอธิบายรายละเอียดวิสัยทัศน์รวมทั้งวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นได้อย่างไรเท่านั้น ไม่มีการสัญญาว่าจะให้อะไรแก่ผู้ใดทั้งสิ้น ส่วนเรื่องการระมัดระวังช่วง 60 วัน ไม่ให้กระทำการสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้งรวมทั้งต้องทำบัญชีส่ง กกต.รับทราบด้วยเป็นระยะๆนั้น ตนไม่ค่อยเป็นห่วง เพราะทำทุกขั้นตอนอย่างถูกต้องโปร่งใส

พท.เล็งร้องกกต. พบ “รองผู้ว่าฯกทม.” แอบหาเสียงให้ “สุขุมพันธุ์”


BangkokElection2013 (วันที่ 1 ธันวาคม 2555)- นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยมีความพร้อม โดยจะเน้นนำเสนอนโยบายมากกว่าตัวบุคคล ทั้งนี้ พรรคได้ให้นโยบายติดตามการใช้อำนาจของผู้บริหารฝ่ายการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ใน กทม. ทั้งในส่วนของผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ กทม. ดังนั้น ตนขอเตือนว่า ต้องแข่งขันกันแบบยุติธรรม อย่าใช้กระสุนดินดำหรือใช้อำนาจเก่าที่มีอยู่ในมือ เพราะทีมเจาะเกาะติดลงพื้นที่เฝ้าระวังในกทม.ทุกเขต ได้เห็นการปฏิบัติตนไม่เป็นกลางจำนวนมาก และพฤติกรรมของผอ.เขต เจ้าหน้าที่กทม.บางคนที่เอื้อประโยชน์ให้กับบางพรรคการเมือง สามารถบันทึกภาพคนไปยืนแจกหนังสือเอกสารประชาสัมพันธ์ตัวนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม.ตามสถานีรถไฟฟ้า แต่เนื้อหาด้านในเป็นการหาเสียงอย่างชัดเจน เพราะเป็นการแจกแจงผลงานของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ซึ่งได้รวมรวมข้อมูลพยานเอกสารหลักฐานเพื่อร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว เนื่องจากขณะนี้อยู่ในระหว่างที่มีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง กทม.

"ถนนหทัยราษฎร์" จะพิฆาตสุขุมพันธุ์ ? การบ้านของ ปชป.


ใกล้เลือกตั้งผู้ว่า กทม.เข้ามาทุกขณะ คนเก่ากำลังหมดวาระ คนใหม่กำลังเตรียมตัวลงสนาม ช่วงนี้เราจะได้เห็นผักชีโรยหน้าก่อนลากันไป และในขณะเดียวกันก็จะเริ่มได้ยินเสียงตีปีบบอกคุณสมบัติของผู้ที่จะลงสู่สนามเลือกตั้งแห่งเมืองหลวง

แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้น ผมขอเอาผลงานสักชิ้นหนึ่งของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนปัจจุบันที่กำลังจะหมดวาระ คือ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร มาเป็นตัวอย่างว่า ถ้าคิดจะเป็นผู้แทนประชาชนเพื่อมาบริหารเมืองหลวง และรับปากไปแล้วนั่นหมายความว่าต้องทำได้ แต่หากทำไม่ได้ก็ควรต้องรับผิดชอบ และไม่ควรหาเหตุผลเกรียนๆมาแก้ต่าง  และหากเป็นเช่นนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับปาหี่ที่เห็นในสภาจนประชาชนสุดแสนจะสะอิดสะเอียน


เรื่องของเรื่องคือการก่อสร้างถนนหทัยราษฎร์ ช่วงสุวินทวงศ์ ถึง สายไหม ระยะทางตามป้ายประกาศของ กทม.(ภาพของคุณชายสุขุมพันธุ์อยู่ด้วย)ระบุว่า 14.845 กิโลเมตร  แต่การวางท่อประปากลับระบุว่า มีการวางท่อ ตามแนวถนนเพียง 11.400 ก.ม. แล้วที่เหลือไม่ต้องมี หรือว่าของเดิมยังใช้ได้แล้วเอามาต่อกันก็ไม่ทราบได้ ทั้งๆที่บริษัทที่รับเหมาก่อสร้างทาง และรับเหมาทำประปาก็เป็นบริษัทเดียวกัน (ดูตามภาพ)


สัญญาเดิม ทั้งสร้างถนน และวางท่อประปา  บริษัทเดียวกันเลย ป้ายพวกนี้ ตอนนี้หายไปหมดแล้ว สงสัยอาย




ในสัญญาระบุเอาไว้ว่าระยะเวลาก่อสร้าง 840 วัน และจะต้องเสร็จในวันที่ 7 มิถุนายน 2554  แต่เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2554 ผมได้ไปสำรวจดูปรากฏว่า งานยังไม่เสร็จอีกมากมาย ระบบไฟฟ้า มีแต่เสา แต่ไร้แสง  สอบถามการไฟฟ้ามีนบุรีก็ได้คำตอบ(ที่ไม่น่าไปถาม)ว่า ก็ถนนยังไม่เสร็จ ไฟฟ้าก็เลยยังไม่เสร็จ  เส้นการจราจร ก็เพิ่งมาตีเอาเกือบปลายปี 2554 และเป็นถนนที่เกาะกลางใหญ่มากถึง 6 เมตร


ถาพมุมเดียว ภาพบนทางขวา ยังไม่ได้เวรคืนแต่เลยกำหนดเวลาก่อสร้างไปแล้ว  ภาพล่างเวรคืนแล้วและกำลังก่อสร้าง





เอาละเมื่อสร้างไม่เสร็จ ก็ต้องสร้างต่อ แต่สงสัยอีกว่า สัญญาเดิมระบุว่าสร้างเส้นทางตั้งแต่สุวินทวงศ์ ถึงสายไหม ซึ่งเส้นทางตามโครงการนี้ครอบคลุมพื้นที่ก่อสร้าง ตั้งแต่ปากทางตรงสุวินทวงศ์เป็นต้นไป และยังไงก็ต้องผ่าน ซอยหทัยราษฎร์ ๑ อยู่แล้ว เมื่อสร้างของเดิมไม่เสร็จ แต่ทำไม กทม.ต้องจ่ายตังเพิ่มจากงบประมาณเดิมที่จ่ายไว้  929 ล้านบาทเศษ เพิ่ม อีกกว่า 219 ล้านบาท  ซึ่งพื้นที่ตรงที่กำลังสร้างอยู่ทุกวันนี้ น่าจะยังอยู่ในงบแรกคือ 929 ล้าน (ดูจากป้ายประกาศเรื่องเส้นทางและราคาประกอบนะครับ)    และที่สำคัญ ยังเป็นบริษัทเดิม ผู้รับเหมาชื่อเดิม  ทั้งก่อสร้างถนน และประปา 


โครงการใหม่ ลองเปรียบเทียบกับโครงการเก่าดดูนะครับ ทั้งระยะเวลา ราคา และเส้นทาง ทำไมบริษัทเดิมถึงได้สิทธิ์นี้



หากเป็นโครงการเดียวกันทำไมไม่ประกาศพร้อมกัน ตั้งแต่แรก


เพิ่งจะเวรคืนได้ไม่นาน แต่โครงการแรกลงมือสร้างไปแล้ว(ไม่เสร็จอีกต่างหาก) และรวมค่าก่อสร้างตรงนี้ไปแล้วด้วย


มีเหตุผลหนึ่งที่อาจจะมองในแง่ดีว่า พื้นที่ตรงหน้าปากซอยเป็นพื้นที่ที่กำลังเวนคืน(แต่ก็ช่วงสั้นเพียงประมาณ 200 เมตร)จึงทำให้ล่าช้า  แต่ก็ต้องตั้งข้อสังเกตไว้ว่าเมื่อยังไม่ได้เวนคืนแล้วไปกำหนดราคาก่อสร้างรวมเอาไว้ทำไม  และแจ้งราคาไปแล้วทำไม่เสร็จ ทำไมต้องเสียเงินเพิ่มอีกตั้ง 2 ร้อยกว่าล้าน ความผิดนี้เป็นของใครใครต้องรับผิดชอบกทม. หรือผู้รับเหมา?




การก่อสร้างล่าช้า ไม่ตรงกำหนด และมีข้อสงสัยขนาดนี้ กทม.อาจจะมีเหตุมีผลที่พอจะรับฟังได้ แต่พอโทรไปสอบถามที่ เขตมีนบุรี ก็ได้คำตอบว่า ตรงนี้ต้องไปสอบถาม สส.ในพื้นที่ ซึ่งเป็นคำตอบที่น่าเขกกะโหลกมากที่สุด พอโทรไปถาม กทม. ก็บอกว่ารับเรื่องไว้แล้วจะส่งคนไปตรวจสอบ (แต่กว่าจะได้คุยด้วยกับใครก็ไม่รู้ โอนสายกันจ้าละหวั่น) เคยโทรไปในรายการของกทม.เอง ทางวิทยุ คลื่น 97 Mzh. ก็พูดแบบเดียวกันว่าจะรับเรื่องไว้ส่งให้ผู้รับผิดชอบมาติดตาม สุดท้ายก็เงียบยิ่งกว่าเป่าสากกะเบือ  การก่อสร้างถนนหทัยราษฎร์ได้ปิดทางน้ำที่เป็นคูคลองเดิมสองข้างทางจนหมด แล้วเอาท่อเล็กๆมาวางแทน  ก็เพราะทำงานกันอย่างนี้ไง น้ำถึงได้ท่วม  เพราะมีคนไม่ได้นึกถึงธรรมชาติ มาทำงาน มันก็เดือดร้อนกันอย่างนี้ใช่หรือเปล่า

การเลือกตั้งครั้งต่อไป ถ้ามีชื่อของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ลงสมัครอีก ผมคงไม่หน้าด้านพอที่จะเลือกคนคลุมเคลือแบบนี้แน่นอน และขอแนะนำให้คุณชายหา Table wine รสชาติทุเรศๆ   นั่งดื่มเลี้ยงหลานอยู่บ้านจะดูเท่ห์กว่า  และชักสงสัยแล้วว่า สนามกีฬาที่หนองจอกที่สร้างเสร็จไม่ทันฟุสซอลโลก ไม่น่าจะเป็นเพียงแค่ปัญหาการเมืองอย่างเดียวซะแล้ว
ปชป.ควรจะหาตัวเลือกใหม่ที่เหมาะสมกว่านี้ ก่อนที่จะไม่มีที่ยืนในเมืองหลวง

เต็งพ้ง
รายงาน

อ้างอิงจาก http://www.oknation.net/blog/tengpong/2012/11/30/entry-1