แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้ว่าฯกทม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้ว่าฯกทม แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ส่ง 8 รายชื่อชิงตำแหน่งกกต.ประจำเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.


นางนินนาท ชลิตานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวภายหลังร่วมประชุมคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เพื่อคัดเลือกผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร (กกต.ทถ.กทม.) เพื่อทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่า มีผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกจำนวน 15 คน ซึ่งที่ประชุมได้ทำการลงคะแนนคัดเลือกโดยวิธีลับให้เหลือ 8 คน เพื่อให้ กกต. กทม. คัดเลือกให้เหลือ 4 คน บวกกับปลัดกทม. 1 ราย รวมเป็น 5 ราย ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มประชุมนัดแรก เพื่อเตรียมการการเลือกตั้ง รวมทั้งกำหนดแนวทางการเลือกตั้งได้ในวันที่ 28 ธ.ค. นี้ ทั้งนี้  นางนินนาทกล่าวต่อว่า สำหรับผู้ได้รับการคัดเลือกประกอบด้วย

นายชัยธวัช อยู่สำราญ ข้าราชการบำนาญ
นายวิสูตร สีหนนท์ อดีตพนักงานรัฐวิสาหกิจเกษียณจากการประปานครหลวง
น.อ.สุรินทร์ มีชูจิต ข้าราชการบำนาญ
พล.ร.ท.ณรงค์ ชโลธร ข้าราชการบำนาญ
นายศิวรัตน์ สุวรรณกาศ ข้าราชการบำนาญ
นางวราภรณ์ เชฎฐาวิวัฒนา ข้าราชการบำนาญ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
นายอาจพล วงศ์บุษราคัม นิติกรชำนาญการ ฝ่ายนิติกรรมและสัญญา สำนักกฎหมายและที่ดิน กรมชลประทาน
นายชัยณรงค์ เทียนมงคล ข้าราชการบำนาญ

นางนินนาทกล่าวอีกว่า จากนี้กทม.มีแผนเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง 4 ขั้นตอน ซึ่งแต่ละขั้นตอนจะมีแผนการดำเนินการ ได้แก่

1. ขั้นตอนก่อนการเลือกตั้ง
2. หลังจากรับสมัครชิงผู้ว่าฯกทม.
3. ช่วงการดำเนินการเลือกตั้ง
4. หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น

เพื่อที่จะกำหนดการประกาศวันเลือกตั้งและวิธีการรับสมัครชิงผู้ว่าฯกทม. อย่างไรก็ตามกทม.เตรียมงบประมาณ 165 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเลือกตั้งทั้งหมด โดยแบ่งเป็นการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง 20 ล้านบาท ในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สุขุมพันธุ์ สั่งการ “กทม.” ดูแลม๊อบล้มรัฐบาล ให้ดีที่สุด !

BangkokElection2013 (วันที่ 16 พฤศจิกายน 2555) -  ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน กรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.) ครั้งที่ 3 โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวภายในการประชุมว่า การประชุมในครั้งนี้เพื่อประเมินสถานการณ์ และเตรียมความพร้อม ร่วมกับกองบังคับการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองทัพบก (ทบ.) ในการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยาม ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24-25 พ.ย.นี้ ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า และพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานพร้อมปฏิบัติหน้าที่และเตรียมดำเนินการ 3 เรื่อง
 1. ประสานกับโรงพยาบาล ที่ไม่ได้อยู่ในสังกัดกทม. อย่างวชิรพยาบาล เพื่อเตรียมพร้อมหากมีผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บ พร้อมทั้งได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของกทม.ไว้ให้บริการ
 2. ให้เจ้าที่ดูแลเขตพระราชฐานเป็นกรณีพิเศษ และจัดรถดับเพลิงเข้าพื้นที่ก่อนมีการชุมนุม
 3. ตรวจสอบความพร้อมของกล้องวงจรปิดในพื้นที่ดังกล่าวและบริเวณใกล้เคียง

                     ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ไม่ว่าผู้ชุมนุมจะมีจำนวนเท่าไหร่ กทม.พร้อมดูแลสถานการณ์ให้ดีที่สุด โดยจากการประเมินคาดว่าจะมีผู้ชุมนุมเข้าร่วมมากกว่าครั้งแรก แต่คงไม่ถึงหนึ่งล้านคน ขณะเดียวกันกทม.ได้ตั้งศูนย์บัญชาการที่สำนักงานปกครองและทะเบียน ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) ในการติดตามสถานการณ์ พร้อมจัดเตรียมเจ้าหน้าที่เทศกิจเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์ไม่น่าเป็นกังวล หากเป็นการใช้สิทธิแสดงความคิดเห็น รวมถึงมีการสลายตัวตามเวลาที่กำหนด ก็คงไม่มีปัญหา
                     ผู้สื่อข่าวถามว่า กทม.ได้จัดเตรียมรถสุขาเคลื่อนให้บริการผู้ชุมนุมหรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ข้าราชการประจำอำนวยความสะดวกอย่างดีที่สุด 

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

"เสรีพิศุทธ์" ลงพื้นที่สยามสแควร์ ขอคะแนนวัยรุ่น


BangkokElection2013 (วันที่ 4 พฤศจิกายน 2555) - ที่ศูนย์การค้าสยามสแควร์ เขตปทุมวัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวช อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พร้อมทีมงานกว่า 100 คน ได้เดินทางมาแจกเอกสารแนะนำตัวและซีดีเพลงประจำตัวชื่อวีรบุรุษนาแก ในนามกลุ่มพลังกรุงเทพ ท่ามกลางความสนใจของบรรดาประชาชนทั่วบริเวณเป็นจำนวนมาก

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้งในนามผู้สมัครอิสระนั้น เนื่องจากอยากเป็นตัวเลือกของประชาชนชาวกรุงเทพฯ นอกเหนือไปจาก ผู้สมัครของ 2 พรรคการเมืองใหญ่ที่จากรายงานทราบว่ายังคงมีปัญหาเรื่องตัวผู้สมัครยังไม่ลงตัวจากสาเหตุหลายประการ แต่ตนไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์หรือพูดถึงผู้สมัครคนอื่นๆ หรือของพรรคใด เพราะการลงสมัครในครั้งนี้เป็นการขออาสาประชาชนในฐานะที่เป็นคนกลาง จึงไม่ต้องการที่จะมาชวนใครทะเลาะ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบ้านเมืองเดือดร้อนจากการแบ่งฝ่ายมานานแล้ว จึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันมาร่วมกันทำงานทำหน้าที่ให้ชาติบ้านเมืองอย่างจริงจังเป็นทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งผู้ว่าฯ กทม.อิสระที่ไม่สังกัดพรรคใดๆ จะทำให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในฐานะที่เคยเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะช่วยให้ง่ายต่อการประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ว่าจะเป็นด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือการแก้ปัญหาอาชญากรรมได้

"การลงพื้นที่ครั้งนี้มั่นใจว่าจะได้การตอบรับจากประชาชน และทำให้ประชาชนรับรู้เกี่ยวกับการลงสมัครของผมมากขึ้น ส่วนสาเหตุที่เลือกลงพื้นที่หาเสียงย่านสยามสแควร์เป็นที่แรกนั้น เนื่องจากต้องการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปจนถึงวัยทำงานได้รู้จักผมมากขึ้น และเชื่อว่าโพลที่ออกมาในวันนี้ที่ระบุว่าผมอยู่อันดับที่ 3 เป็นเพราะคนทั่วไปยังไม่รู้ว่าผมลงสมัคร จึงจำเป็นต้องทำให้คนรู้ก่อนว่าผมลง และลงจริง-เอาจริงด้วย ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะไปหาเสียงกับบรรดากลุ่มพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่บริเวณตลาดนัดสวนจตุจักร เวลาประมาณ 13.00 น." พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว

วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ผลสำรวจนิด้าโพล คาดว่า พท.ส่ง‘สุดารัตน์-พงศพัศ’ลงชิงผู้ว่าฯกทม.



BangkokElection2013 (วันที่ 3 พฤศจิกายน 2555) -  นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง ว่าที่ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 9-24 ต.ค. จากประชาชนทั่วกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,494 ตัวอย่าง พบว่า 3 อันดับแรกที่ต้องการให้เข้ามาบริหารจัดการ กรุงเทพมหานคร คือ ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย ตัวแทนจากพรรคประชาธิปปัตย์ และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส

นอกจากนี้ประชาชน ร้อยละ 26.91 คิดว่า พรรคเพื่อไทย จะส่ง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ลงสมัคร ผู้ว่าฯกทม.ในครั้งนี้ ส่วนอันดับ 2 ร้อยละ 16.60 คิดว่าส่ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ลงสมัคร และอันดับ 3 คิดว่า ส่ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

“สุขุมพันธุ์” ไม่สน หากส่ง “กรณ์” ลงผู้ว่าฯกทม.



BangkokElection2013 (วันที่ 1 พฤศจิกายน 2555) - ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมจะส่งนายกรณ์ จาติกวณิช ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.สมัยหน้าว่า หากอยากทราบรายระเอียดขอให้ไปถามนายเฉลิมชัย หรือทางพรรคเองจะดีกว่า เพราะตนคงไม่มีคำตอบให้ และไม่รู้สึกกังวลกับกระแสข่าวแต่อย่างใดสิ่งที่อยากมุ่งมั่นทำคือเรื่องเร่งสนามฟุตซอลให้แล้วเสร็จทันตามที่ฟีฟ่ากำหนด จึงอาจทำให้ไม่มีเวลาที่จะแถลงผลงานในช่วงที่ดำรงตำแหน่งตามที่เคยได้วางแผนไว้ที่จะแถลงก่อนวันที่ 10 พฤศจิกายน อีกทั้งการแถลงผลงานส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของตัวเอง แต่ปัจจุบันเป็นเรื่องของส่วนรวม หน้าตาของ กทม. และประเทศไทยที่สำคัญกว่า

วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555

บางกอก ฟุตซอล "เอ๋อรีน่า" ผักชีโรยหน้า สร้างเพี้ยนแบบ


ภาพเปรียบเทียบระหว่างสนามบางกอกฟุตซอล อารีน่า จริงที่สร้างเสร็จ กับ แบบโมเดล ที่วางไว้ โดยมีงบประมาณการก่อสร้างราวๆ 1,200 ล้าน

ภายในระยะเวลาไม่กี่วันนับตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. ซึ่งขณะนั้นสภาพสนามบางกอก ฟุตซอล อารีน่า ที่กำลังก่อสร้างโดยยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง คานรับน้ำหนักก็ยังไม่ได้เอาออก ปูนบางส่วนก็ยังไม่ได้เท และยังไม่มีการติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ใดๆทั้งสิ้ง จนมาวันนี้ กทม. ก็สามารถบรรดาลสนามแห่งนี้ให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจนได้ และท่านรองฯธีระชน ก็ออกมาประกาศผ่านเฟสบุ๊กว่า"สนามแห่งนี้พร้อมสำหรับการทดสอบแล้ว !"   คำถามคือ พร้อมสำหรับการทดสอบแต่ไม่พร้อมสำหรับการใช้ในการแข่งขันฟุตซอลโลกใช่ไหมครับ?? 

การเร่งดำเนินการก่อสร้างด้วยเทคนิกต่างๆมากมาย  ไม่ว่าจะเป็นระดมแรงงานทำงาน 24 ชั่วโมง ใช้วัสดุอุปกรณ์ทดแทน ซึ่งหลายอย่างเป็นวัสดุมวลเบา พื้นสนามที่เป็นพื้นชั่วคราวใช้สำหรับการทกสอบไม่ใช่พื้นที่สั่งมาจากจีนที่จะมาในวันที่ 1 พ.ย. และกว่าจะปูเสร็จก็ยาวไปยันวันที่ 6 พ.ย. 

ว่ากันง่ายๆเลย งานนี้ผักชีโรยหน้าเพียบ !  เป็นห่วงความปลอดภัยจริงๆ ! งานนี้คงมีคำถามถึงท่าน ผู้ว่าราชการกรุงเทพ กันยกใหญ่ ถึงทั้งเรื่องความปลอดภัยในระยะยาวและในเรื่องของการทุจริตในการส่อสร้าง

จวก ผู้ว่าฯกทม. รื้อผังเมืองทำลายรากชุมชน



BangkokElection2013 (วันที่ 30 ตุลาคม 2555) - เครือข่ายอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม ประกอบด้วย สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมอิโคโมสไทย สมาคมอนุรักษ์ศิลปกรรมและสิ่งแวดล้อม กรรมาธิการอนุรักษ์ศิลปะ สถาปัตยกรรม สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมชูปถัมภ์ เครือข่ายต้านคอรัปชั่น หลักสูตรการจัดการทางวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ จะเข้ายื่นหนังสือคัดค้านผังเมืองรวมของกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 3)  ซึ่งจะประกาศใช้ในเร็วๆ นี้ โดยส่งถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ เนื่องจากผังเมืองดังกล่าวมีผลกระทบต่อพื้นที่วัฒนธรรมและชุมชนดั้งเดิมใน เขตเมืองเก่า เขตสัมพันธ์วงศ์และเขตป้อมปรามศัตรูพ่าย จึงเรียกร้องให้ กทม.พิจารณาแก้ไขผังเมืองรวม กทม.ในการปกป้องและรักษาชุมชนเก่าของเมืองที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ให้ อยู่คู่กับความเจริญที่กำลังจะมาถึง

    ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ตรึงใจ บูรณสมภพ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการตั้งถิ่นฐานและการผังเมือง วุฒิสภา กล่าวว่า เราควรจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไว้ ซึ่งเรื่องการวางและจัดผังเมืองรวมของกรุงเทพมหานครมีผลกระทบต่อชุมชนและ ประชาชนเป็นอย่างมาก ดังนั้น กทม.จะต้องตระหนักในเรื่องนี้ให้มาก ขณะที่ในส่วนของประชาชนได้เกิดการตื่นตัวในเรื่องนี้ เช่น ชุมชนบริเวณวัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ ชุมชนเจริญไชย และเวิ้งนาครเขษม เป็นต้น ทั้งนี้ ประชาชนมิได้คัดค้านความเจริญที่จะเกิดขึ้น แต่ทำอย่างไรที่ความเจริญจะไม่ทำลายรากเหง้าของชุมชนนั้น เช่น การก่อสร้างรถไฟฟ้า ก็มีการระดมความคิดกันว่าจะปรับแบบทางขึ้นลงรถไฟฟ้าให้มีสภาพกลมกลืนกับภูมิ ทัศน์วัฒนธรรมของย่านเก่าแก่ได้อย่างไร

    ขณะที่ น.ส.สุดารา สุจฉายา นักประวัติศาสตร์มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กล่าวว่า การวางและจัดผังเมืองรวมของกรุงเทพมหานครมีการระบุพื้นที่ที่มีความสำคัญทาง ประวัติศาสตร์น้อยเกินไป เพราะพื้นที่ในแต่ละแห่งมีวัฒนธรรมหรือความสำคัญแตกต่างกัน หากมีการปรับปรุงผังเมืองรวม กทม.ต้องพิจารณาในส่วนนี้เข้าไปด้วย โดย กทม.ควรพิจารณาถึงผลกระทบต่อทัศนียภาพและการก่อสร้างตึกสูงในพื้นที่ ทั้งนี้ ถ้าได้พิจารณาถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนในแต่ละพื้นที่ การจัดผังเมืองรวมก็จะไม่มีผลกระทบต่อประชาชนในชุมชน

    สำหรับข้อเสนอของเครือข่ายอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม เพื่อให้ กทม.เข้ามามีบทบาทในการอนุรักษ์ย่านและชุมชนประวัติศาสตร์ มีดังนี้ 1.พิจารณาทบทวนมาตรการทางผังเมือง ทั้งข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยเฉพาะในส่วนของการให้สิทธิการพัฒนาที่เพิ่มขึ้นโดยรอบสถานีรถไฟฟ้า 500 เมตร ให้ยกเว้นสิทธิพิเศษดังกล่าวในพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ หรือชุมชนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

    2.ปรับปรุงหรือตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ที่มีวัตถุประสงค์ในการปกป้องย่านและชุมชนประวัติศาสตร์แต่ละแห่ง โดยเฉพาะการห้ามรื้อถอนอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และศิลปกรรม ซึ่งทำได้ตามมาตรา 8 และ 9 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ทั้งนี้ โดยผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง และการได้รับข้อมูลอย่างถูกต้องทั่วถึง

    3.ส่งเสริมให้ชุมชนและย่านประวัติศาสตร์สามารถดำรงวิถีชีวิตและรักษาอาคาร อยู่ได้ โดยการให้มีมาตรการและแรงจูงใจในลักษณะต่างๆ เช่น การจัดทำโครงการพัฒนชุมชนที่มีการฟื้นฟูอาคารเก่าให้มีสภาพดีเหมือนในอดีต หรือช่วยเหลือในด้านการบูรณะซ่อมแซมตามหลักวิชาการ เป็นต้น.