แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

“เพื่อไทย” ยืนยัน “พงศพัศ” ไม่ได้เบี้ยวดีเบตมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตยแจ้งล่วงหน้าแล้วว่าไปไม่ได้


21 กุมภาพันธ์ 2556 Bangkok Election –  ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม กล่าวว่า ตามที่องค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย ได้ร่วมกับศูนย์วิจัยและติดตามนโยบายภาครัฐ มหาวิทยาลัยศรีปุทม ได้จัดเวทีประชันวิสัยทัศน์ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม ที่มหาวิทยาลัย ศรีปทุม และได้วางตุ๊กตาเฟอร์บี้ไว้แทนตำแหน่งที่นั่งของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ โดยอ้างว่าที่ทำเช่นนั้น เพราะผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย  ไม่ยอมเดินทางมาร่วมเวทีดีเบต ทั้ง ๆ ที่ เคยตอบตกลงไว้ก่อนแล้วนั้น พรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริงและไม่เป็นธรรมกับผู้สมัครของพรรค ทั้งนี้ นาย ภูมิธรรม เวชยชัย ผอ.ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม ได้เคยตอบปฏิเสธคณะผู้จัดงานไปแล้วหลายครั้ง ว่าผู้สมัครของพรรคไม่สะดวกที่จะไปร่วมประชันวิสัยทัศน์ในวันและเวลาดังกล่าวได้ เนื่องจาก ในวันดังกล่าว พล.ต.อ.พงศพัศ มีคิวที่จะต้องไปพบกับคณะครู กทม กว่า 1,000 คน ที่หอประชุมคุรุสภา ตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนถึง 14.00 น. จึงเกรงว่าจะไปร่วมงานไม่ทัน ซึ่งพรรคเพื่อไทยเองก็รู้สึกเสียดาย เพราะเท่ากับว่า ผู้สมัครของพรรคก็จะเสียโอกาสในการนำเสนอนโยบายกับพี่น้องประชาชนไปอีก 1 เวที แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่า ผู้สมัครมีเวลาที่จำกัด คงไม่สามารถตอบรับคำเชิญของทุกฝ่ายที่แจ้งความต้องการเข้ามาที่พรรคได้ จึงขอยืนยันว่า พล.ต.อ.พงศพัศ ไม่ได้ผิดนัดกับคณะผู้จัดงานดีเบตอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยรู้สึกไม่สบายใจที่องค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย ใช้ตัวการ์ตูนเฟอร์บี้มาทำให้เรื่องนี้เป็นประเด็นข่าว เพราะอาจทำให้สังคมเบื่อหน่ายการเลือกตั้ง ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง และอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตยในเรื่องความเป็นกลาง เนื่องจาก ขณะนี้ เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ องค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตยในทางที่เสียหาย โดยสงสัยว่า ที่สร้างประเด็นข่าวเช่นนี้ เพื่อหวังให้กระทบคะแนนของผู้สมัครเบอร์ใดเบอร์หนึ่งใช่หรือไม่ รวมทั้ง กระแสข่าว เรื่องที่ผู้จัดงานมีแนวคิดที่จะถ่ายทอดการดีเบตผ่านทางสถานีบลูสกายชาแนล ทั้ง ๆ ที่ อาจทำให้ผู้สมัครบางคนได้เปรียบ เป็นต้น ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยอยากเห็นบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และอยากเห็นทุกฝ่าย ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเหมาะสม เป็นธรรมและมีความเป็นกลาง เพื่อให้ผลการเลือกตั้งเป็นไปตามความต้องการของคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง

วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

"เพื่อไทย"จัดอาสาฯ 7 พันคนส่องทุจริตเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.


5 กุมภาพันธ์ 2556 Bangkok Election - ร.ท.หญิงสุณิสา  เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทยในฐานะในฐานะรองโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ขณะนี้ทางพรรคจะมีการเปิดอบรมอาสาสมัครตัวแทนจากภาคประชาชนจำนวน 6,548 คน ในช่วงกลางเดือนก.พ.เพื่อป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งทุกรูปแบบ โดยอาสาสมัครจะให้ทำหน้าที่สังเกตการณ์ในแต่ละคูหาเลือกตั้ง ทั้งนี้ทางทีมกฎหมายพรรคจะเข้ามาอบรมเนื้อหาซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ความรู้ในเรื่องกฎหมายและเทคนิคกลโกงการทุจริตการเลือกตั้ง

"ทางพรรคให้ความสำคัญกับการอบรมเพื่อที่จะให้การเลือกตั้งเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากที่สุด และพรรคอยากเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจับตากลโกงเพื่อจะได้รู้เท่าทันกลโกงและรักษาผลประโยชน์ของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม." ร.ท.หญิงสุณิสากล่าว

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

“หมวดเจี๊ยบ” ชี้ นโยบายไร้รอยต่อ นำความคุ้มค่าสู่ทุกจังหวัด ไม่ใช่แค่ กทม.


31 มกราคม 2556 Bangkok Election  - ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ตามที่มีผู้กล่าวหาว่านโยบายไร้รอยต่อจะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับคนต่างจังหวัด เพราะเอาภาษีคนทั้งประเทศมาทำประโยชน์ให้คน กทม.นั้น เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ถูกต้อง อันที่จริงหาก กทม.จะได้รับเงินอุดหนุนโครงการต่างๆ จากรัฐบาลก็ไม่ได้แปลว่าคน กทม.กำลังเอาเปรียบคนต่างจังหวัด เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ดูแลคนทั้งประเทศอยู่แล้ว รวมทั้ง กทม.ด้วย
      
       รองโฆษกเพื่อไทยกล่าวต่อว่า ตามกฎหมายแล้วรัฐบาลก็มีหน้าที่นำภาษีของคนทั้งประเทศมาจัดสรรงบประมาณให้จังหวัดต่างๆ และส่วนท้องถิ่นในต่างจังหวัด ผ่านกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่แล้ว ส่วนจะได้มากหรือน้อยก็เป็นไปตามสัดส่วน ความเล็กใหญ่ขององค์กรส่วนท้องถิ่นนั้นๆ ไม่ใช่ว่า อยู่ดีๆ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะเอางบประมาณมาทุ่มเทให้ กทม. แต่เป็นสิ่งที่ทุกรัฐบาลต้องทำอยู่แล้ว ขอย้ำว่าการไร้รอยต่อไม่ได้แปลว่ารัฐบาลจะตั้งเป้าเพิ่มงบประมาณให้ กทม.จนไม่เป็นธรรมกับจังหวัดอื่น แต่การประสานงานที่ดีระหว่าง กทม.และรัฐบาลจะทำให้ กทม.สามารถบริหารงบประมาณที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น
      
       นอกจากนี้ ปัจจุบันคนต่างจังหวัดก็เข้ามาอาศัยในกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก โดยในจำนวนผู้ที่อาศัยอยู่ใน กทม.10 กว่าล้านคนนั้น เป็นคนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ใน กทม.จริงๆ เพียง 5,670,469 คน เท่านั้น (ข้อมูล พ.ย. 2555) อีก 5 ล้านกว่าคนเป็นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาใช้ชีวิตใน กทม. ซึ่งคนต่างจังหวัดเหล่านี้ย่อมต้องได้รับประโยชน์จากบริการต่างๆ ของ กทม.อยู่แล้ว เราจึงไม่ควร มอง กทม.แบบตัดขาดจากจังหวัดอื่นโดยสิ้นเชิง แม้จะเป็นเขตปกครองพิเศษ เพราะ กทม.คือส่วนหนึ่งของประเทศไทย ไม่ได้ตั้งอยู่อย่างเอกเทศ ที่สำคัญ เมื่อ กทม.ได้รับการพัฒนาก็จะมีเม็ดเงินและความเจริญไหลย้อนกลับไปยังจังหวัดอื่นๆ เพราะเป็นเมืองหลวงของประเทศ