แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้ว่าฯกทม. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้ว่าฯกทม. แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

“เพื่อไทย” เตรียมพิจารณางบหาเสียง ผู้ว่าฯกทม.


ความคืบหน้าในการส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการ กทม. ในนามพรรคเพื่อไทย มีความเป็นไปได้สูงที่พรรคจะเปิดตัวผู้สมัครหลังจากที่หมดวาระผู้ว่าฯกทม. เบื้องต้นคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ได้แจ้งกับกรรมการบริหารพรรค ทุกคนให้ทราบว่าให้ทุกคนสแตนด์บายไว้ตลอด หากม.ร.ว. สุขุมพันธ์ บริพัตร ลาออกเมื่อไหร่ ก็ให้กรรมการบริหารพรรคเรียกประชุมเพื่อมีมติส่งผู้สมัครทันที โดยขณะนี้มีความแน่นอนว่าจะเป็น พล.ต.อ.พงศพัศ พงศ์เจริญ รอง ผบ.ตร. แต่ขณะนี้ยังติดปัญหาเรื่องงบประมาณที่ใช้ในการหาเสียงว่าพรรคจะออกให้ในจำนวนเท่าไหร่ แล พล.ต.อ.พงศพัศต้องออกเท่าไหร่ จึงยังไม่ลงตัว

นอกจากนี้กรรมการยุทธศาสตร์ยังได้เรียก นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรค ไปพูดคุยระหว่างงานสัมมนาที่เขาใหญ่ ถึงความไม่เหมาะสมในการแถลงข่าวหรือการให้สัมภาษณ์สนับสนุนสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ เนื่องจากมองว่าที่ผ่านมา นางสุดารัตน์ออกมาให้สัมภาษณ์และโพสต์เฟซบุ๊คหลายครั้งว่าจะไม่สมัคร แต่นายจิรายุยืนยันว่าสไม่เคยได้ยินจากปากคุณหญิงสุดารัตน์เอง ทำให้ทิศทางของพรรคเกิดความสับสนจึงจขอให้ยุติการพูดในเรื่องนี้ และหลังจากที่พรรคตเปิดตัวแล้ว ก็จะขอก็จะให้ ส.ส. ลงพื้นที่หาเสียงทันที

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

กกต. เผยเตรียมการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.กว่า80% คาดมีผู้ใช้สิทธิมากขึ้น


BangkokElection2013 (วันที่ 26 ธันวาคม 2555) - นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมจัดเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 ว่า ขณะนี้ทาง กกต.ได้เตรียมการด้านบริหารการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปแล้วร้อยละ 80 ทั้งการจัดสถานที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจำนวน 6,506 หน่วยเลือกตั้ง โดยเน้นให้จัดหน่วยเลือกตั้งภายในอาคาร เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของผู้ไปใช้สิทธิ รวมถึงการจัดหากรรมการเลือกตั้งท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว

หลังจากมีการจัดประกาศการเลือกตั้งแล้ว กกต.จะมีหนังสือแจ้งไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งถึงเจ้าบ้านโดยตรง รวมทั้งประสานไปยังการประปานครหลวง การไฟฟ้านครหลวง และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ให้ช่วยรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ

วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ทิ้งทวน! "สุขุมพันธุ์" ลงนาม "บีอาร์ที" 10 บาท ถึงสิ้นปี 2555


BangkokElection2013 (วันที่ 23 ธันวาคม 2555) - รายงานข่าวจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งว่า สำนักการจราจรและขนส่ง(สจส.) กทม.ได้มีหนังสือถึงอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขส.) กระทรวงคมนาคม นำเรื่องเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เพื่อพิจารณาอนุญาตให้ กทม.ขยายเวลาการจัดเก็บค่าโดยสารรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษแบบชิดเกาะกลาง (บีอาร์ที)ในเส้นทางหมวด 1 สายที่ 402 เส้นทางจากถนนสาทร-ถนนราชพฤกษ์ ซึ่ง กทม.ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถที่ใช้ขนส่งผู้โดยสารเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2553 (ใบอนุญาตเลขที่ 3/2553) อัตราเดียว 10 บาทตลอดสายออกไปอีกเป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2556 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2556 พร้อมแนบข้อมูลปริมาณผู้โดยสารและรายได้จากการจัดเก็บค่าโดยสาร (10 บาทตลอดสาย) ที่ กทม.รวบรวมสถิติไว้ระหว่างช่วงเดือน ต.ค.2554-ต.ค.2555 ที่ผ่านมา ตลอดจนรายละเอียดผลการพิจารณาของคณะผู้บริหาร กทม.และข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่ผู้ว่าฯ กทม.ได้ให้ความเห็นชอบภายใต้นโยบายการลดค่าครองชีพของประชาชน และสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้บริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะต่อไป ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าว กทม.ได้ส่งให้ทางกรมการขนส่งทางบกตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา และยังไม่ได้รับการประสานเพื่อเรียกตัวแทนเข้าร่วมประชุมชี้แจงในที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางแต่อย่างใด

ด้านนายมานิต เตชอภิโชค รองปลัด กทม.ในฐานะกำกับดูแลสำนักการจราจรและขนส่ง กล่าวว่า หลังจากที่แผนจัดเก็บค่าโดยสารอัตราเดียว 10 บาทตลอดสาย ตามนโยบายของ กทม.จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ประกอบกับเมื่อช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) ในฐานะที่ได้รับมอบหมายและว่าจ้างจาก กทม.ให้เป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการเดินรถ โครงการให้บริการรถเมล์ด่วนพิเศษบีอาร์ทีสายช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ ได้มีหนังสือแจ้ง กทม.ว่า จากรายงานผลการสังเกตการณ์ปริมาณผู้โดยสารในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่า มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการในวันธรรมดามีจำนวนเข้าใกล้ 20,000 คนต่อวันแล้ว
     
ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักและสนับสนุนการใช้บริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล รวมทั้งลดภาระค่าใช้จ่ายในยุคที่ค่าครองชีพมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น อีกทั้ง กทม.เองมีแผนเปิดให้บริการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีลมระยะทาง 5.3 กม.ช่วงจากสถานีตากสิน-บางหว้า ภายในปี 2556 ซึ่งมีจุดต่อเชื่อมกับโครงการรถเมล์ด่วนพิเศษบีอาร์ทีบริเวณสถานีราชพฤกษ์ ทางเคทีในฐานะผู้บริหารระบบ จึงเห็นว่า หาก กทม.ขยายเวลาจัดเก็บค่าโดยสาร 10 บาทตลอดสายออกไปอีก 1 ปี ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากโครงการบีอารทีที่จะกลายเป็นระบบขนส่งประชาชนผู้โดยสารขนาดรอง (Feeder) ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต ซึ่ง สจส.กทม.ได้พิจารณาแล้วว่าสมควรแก่การดำเนินการตามที่เคทีให้ข้อเสนอแนะ และได้นำข้อมูลทั้งหมดรายงานต่อปลัด กทม.ก่อนส่งให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ขออนุมัติและได้รับความเห็นชอบตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องรอให้คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางมีมติอนุมัติตามที่ กทม.เสนอไป กทม.จึงจะสามารถประกาศให้ประชาชนรับทราบการคงนโยบายการเก็บค่าตั๋วโดยสาร 10 บาทตลอดสาย จนถึงสิ้นปี 2556 อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2555

“เพื่อไทย” เผยเตรียมนโยบาย แคเปญ หาเสียงกทม.ไว้แล้ว


BangkokElection2013 (วันที่ 20 ธันวาคม 2555) – นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่นัดแรกว่า ที่ประชุมยังมีมติเรื่องการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการการเมืองโดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้พิจารณา ส่วนเรื่องการส่งผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.นั้น ทางกรรมการบริหารพรรคจะเป็นผู้พิจารณาเรื่องตัวผู้สม่คร โดยที่ประชุมยังไม่ได้หารือถึงตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เพราะขณะนี้ทางคณะกรรมการทั้ง 3 โซนของกทม.ยังไม่ได้เสนอชื่อบุคคลที่จะลงสมัครมาให้พิจารณา แต่คาดว่าจะพรรคจะส่งผู้สมัครได้ทันตามกำหนดเวลา ยืนยันพรรคจะเปิดตัวผู้สมัครก่อนวันที่ 10 มกราคม 2556

นายพร้อมพงศ์ อย่างไรก็ตาม นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคแจ้งต่อที่ประชุมว่า พรรคเตรียมนโยบายและแคมเปญหาในการหาเสียงไว้แล้ว เช่น โครงการบ้านมีรั้ว เพื่อแก้ปัญหาคนกรุงเทพฯ กว่า 2,220 ชุมชน แก้ปัญหาทุกสาขาอาชีพ ทั้งนี้มีความคืบหน้าไปถึง 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมองถึง 2 แนวทางในการเตรียมความพร้อมคือ
1.กรณีผู้ว่าฯกทม.อยู่จนครบวาระ และ
2.ผู้ว่าฯกทม.จะลาออกก่อนครบวาระ ซึ่งพรรคจะต้องเตรียมความพร้อมในการเปิดตัวผู้สมัคร

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555

“เอแบคโพลล์” ชี้ชาวกรุงอยากได้ผู้ว่าทำงานร่วมกับรัฐบาลได้ ความนิยม “พงศพัศ” สูงกว่า “สุขุมพันธุ์”


BangkokElection2013 (วันที่ 17 ธันวาคม 2555) - นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยว่า สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ได้ทำการศึกษาเฉพาะกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานครในหัวข้อเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. พบว่า
        
 ส่วนความเห็นว่าจะเลือกผู้สมัครผู้ว่า กทม. คนเดิมหรือคนใหม่ พบว่า ร้อยละ 35.8 จะเลือกคนใหม่  และร้อยละ 36.9 ยังไม่แน่ใจ  ทั้งนี้อยากได้ผู้ว่า กทม. ที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลได้หรืออยู่คนละฝ่ายกับรัฐบาล พบว่า ร้อยละ 45.7 อยากได้ผู้ว่า กทม. ที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลได้ เพราะ เบื่อความวุ่นวาย เบื่อการทะเลาะกัน อยากเห็นการช่วยกันแก้ปัญหาให้ประชาชน ไม่ต้องมาคอยขัดแย้ง และกลัวงานแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจะไม่สำเร็จ เป็นต้น
       
 และถ้าต้องเลือก ตั้งใจจะเลือกบุคคลที่ตกเป็นข่าวว่าอาจจะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ท่านใด พบว่า     ร้อยละ 32.1 ระบุ พล.ต.อ.พงศพัศ  พงษ์เจริญ รองลงมาคือ ร้อยละ 31.7 ระบุ มรว.สุขุมพันธุ์  บริพัตร นาย กรณ์ จาติกวณิช และร้อยละ 2.0 ระบุอื่นๆ

“เพื่อไทย” สำรวจปัญหากทม.เพื่อพิจารณาคุณสมบัติตัวผู้สมัครให้เหมาะสมที่สุด


BangkokElection2013 (วันที่ 17 ธันวาคม 2555) - พรรคเพื่่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวในรายการคืบหน้าข่าว เอฟเอ็ม100.5เมกะเฮริทซ์ กรณีการเสนอบุคคลในนามพรรคเพื่อไทยลงสมัครผู้ว่าฯกทม.หลังจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ เเกนนำภาคกทม.พรรคเพื่อไทย ประกาศทางเฟซบุ๊คส่วนตัวว่าไม่ลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ว่า คณะยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยได้ทำโพลล์สอบถามประชาชนเเบบวิชาการว่า ปัญหาของชาวกทม.ที่ต้องการเเก้ไขให้ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่เเก้ไขคืออะไร เมื่อทราบเเละใกล้เสร็จเเล้ว พรรคจะทราบว่าสิ่งจำเป็นสุดคืออะไร จากนั้นพรรคจะพิจารณาว่า คุณสมบัติผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ของพรรค สอดรับกับโจทย์ที่ประชาชนมองว่า กทม.มีปัญหานั้นคืออะไร พรรคเพื่อไทยมีคนเก่งเเละประสบการณ์เยอะ สิ่งที่พรรคหนักใจคือเลือกยาก เพราะในพรรคมีคนเก่งเยอะ ปัญหาของชาวกทม.ที่บอกกับพรรคมาว่า ผู้ว่าฯกทม.ต้องเเก้ไขอะไรบ้างนั้น พรรคจะมองหาว่าคุณสมบัติของคนเก่งของพรรคที่เหมาะสมสุดคือใคร เพราะคนเก่งนั้นเก่งคนละด้าน ไม่ใช่เป็นเลิศทุกอย่าง ตรงนี้คือความลำบากที่พรรคยังไม่ประกาศตัว เเต่พรรคจะประกาศผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคได้หลังวันที่10ม.ค.2556 เพราะครบกำหนเดิมที่ผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบันครบวาระดำรงตำเเหน่งเเละเป็นเวลาที่พรรคจะบอกชาวกทม.ว่าจะเสนอใคร

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ไม่ส่งก็จะลง! “สุขุมพันธุ์” ยืนยันลงผู้ว่าฯ กทม. ไม่เปลี่ยนใจ


ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวหลังเป็นประธานในพิธีทำบุญทางศาสนาและปล่อยขบวนรถของหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัด กทม. ออกไปทั่วกรุงเทพฯ เนื่องในวันครบรอบการสถาปนา กทม. ครบ 40 ปี ถึงการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ว่า ยังคงยืนยันในเจตนา ความจำนงที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ส่วนกรณีเริ่มมีการประกาศความชัดเจนของผู้จะลงสมัครแล้ว เช่น นายโฆสิต สุวินิจจิต ประธานกรรมการบริษัทสปริง คอร์ปอเรชั่น จำกัด นั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ก็ดีใจ เป็นเรื่องที่ดีสำหรับชาวกรุงเทพฯ ที่จะได้มีตัวเลือกมาก ๆ สำหรับตนไม่ว่าใครจะลงแข่งขัน ก็เคารพทุกคน  อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ในตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ยังต้องทำงานไปตามปกติ ยกเว้นงานที่เกี่ยวกับมวลชน จึงไม่มีเวลาที่จะกังวลว่าใครจะลงหรือไม่ลงสมัคร

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เปิดแนวปฏิบัติ 10 เทรนด์แนะนำจากทุกภาคส่วนถึงผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.สนองคนกรุงฯ


BangkokElection2013 (วันที่ 13 ธันวาคม 2555) - ศศนิเวศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริษัทสยาม อินเทลลิเจ้นซ์ ยูนิต จำกัด ร่วมกับ บริษัทโนวิสเคป คอนซัลทิ้ง กรุ๊ป ภายใต้ความร่วมมือและการสนับสนุนของ มูลนิธิฟรีดริช เนามัน ได้แถลงผลการจัดทำโครงการ เอเจ้นด้า แบงค็อก 2012 (อนาคตกรุงเทพ) ซึ่งได้ดำเนินการรวบรวมความเห็นจากทุกภาคส่วน มาตั้งแต่เดือน มี.ค. 55 โดยใช้วิธีสำรวจสัญญาณความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับอนาคตกรุงเทพฯ ในระยะเวลาอันใกล้กับคนทุกกลุ่ม โดยนายสุเทพ พรหมวาศ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ การเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่จะครบวาระในวันที่ 10 ม.ค. 56  และจะมีการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 17 ก.พ. 56 ซึ่งที่ผ่านมา กกต. ได้พยายามผลักดันให้การเลือกตั้งท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง และให้ความรู้กับประชาชนมากขึ้น จึงaได้มีการตั้งเป้าผู้ไปใช้สิทธิ ในครั้งนี้ไว้ที่ร้อยละ 70 จากครั้งก่อนที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งประมาณร้อยละ 50 เท่านั้น
                         
ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้ทำการศึกษาโครงการจาก บริษัท โนวิสเคป คอนซัลติ้ง กรุ๊ป ดังกล่าว เปิดเผยว่า 10 เทรนด์สำหรับนโยบายกรุงเทพมหานครในอนาคต มีดังนี้ คือ

1. ความหลากหลายทางเพศ คือกรุงเทพฯกลายเป็นเมืองในฝันของกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ กลุ่มของเพศที่สามจะมีมากขึ้น กทม.จึงต้องมีความยืดหยุ่นทางสังคม ต้องลดความแปลกแยก และส่งเสริมภาพลักษณ์ทางเสรีภาพและภราดรภาพของ กทม. 
2. แรงงานรุ่นใหม่ กรุงเทพฯ กำลังกลายเป็นเมืองของคนชราผสมกับความหลากหลายเชื้อชาติ จึงต้องสร้างสิ่งแวดล้อมทางตลาดแรงงานโดยรวมของ กทม.ให้ดึงดูดและดูแลกลุ่มผู้ใช้แรงงานในทุกระดับ เพศ วัย และเชื้อชาติอย่างทั่วถึง
3.อัตลักษณ์กรุงเทพฯ ซึ่งกำลังกลายเป็นเมืองศูนย์กลางของภูมิภาคที่ทั้งคนไทยภาคต่าง ๆ รวมถึงคนต่างชาติ ต่างภาษา ต่างความเชื่อ ต่างศาสนามาอยู่ร่วมกัน ดังนั้นต้องลดความขัดแย้งจากความแตกต่าง ส่งเสริมภาพลักษณ์ใหม่แทนภาพลักษณ์ในภาพลบ
4. ศิลปะเพื่อทุกคน จะต้องไม่มองศิลปะเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยหรือผูกขาด
5. อาชญากรรมอุบัติใหม่ กรุงเทพฯ ได้กลายเป็นเมืองที่พื้นที่บนโลกไซเบอร์ขึ้นมาซ้อนทับโลกในความเป็นจริงอย่างมีนัยสำคัญ เห็นได้จากกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ใช้เฟซบุ๊ก เป็นอันดับ 1 ของโลก
6. พื้นที่ทั่วถึง กรุงเทพฯ กำลังมีพื้นที่สาธารณะที่มีความหลากหลายมากกว่าพื้นที่ทางกายภาพ
7. สังคมคาร์บอนต่ำ กรุงเทพฯ ถูกจัดอันดับเป็น 1 ใน 20 เมืองท่าที่เผชิญความเสี่ยงมากที่สุดจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง
8. เมืองนครแห่งเออีซี กรุงเทพฯ จะต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นเมืองมหานครแห่งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
9. สิทธิอุบัติใหม่ กรุงเทพฯ ต้องทำหน้าที่ในการสนับสนุนใช้สิทธิของพลเมืองของตนให้เกิดขึ้นในภาคปฏิบัติ
10. ผู้นำรอบด้าน บทบาทของผู้ว่าฯ กทม. กำลังจะเปลี่ยนไป จะต้องเป็นผู้นำที่สร้างสรรค์และทันต่อการเปลี่ยนแปลง

วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สก.ปชป.แตก ! ยังเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ไม่ลงตัว “ไม่ชัวร์กึ๋นหม่อม”


BangkokElection2013 (วันที่ 12 ธันวาคม 2555) - สำหรับความคืบหน้าการสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ขณะนี้ ปชป. อยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้สมัครลงเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปแต่อย่างใด แต่มีการกำหนดแนวทางในการดำเนินการเลือกตั้งไว้แล้วในเบื้องต้น คือ หลังจากได้ผู้สมัครแล้ว ทางพรรคจะมีการประชุมบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรค และตำแหน่งสำคัญ ๆ ในการเลือกตั้ง รวมถึงวางแนวทางในการหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ นอกจากนี้จะมีการประชุมส.ส.กทม.รวมถึง ส.ก. ปชป. เพื่อกำหนดแนวทางในการช่วยผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. เนื่องจาก ส.ก. เป็นเจ้าของพื้นที่และมีความสนิทสนมกับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี ส่วนกรณี ส.ก. ปชป. ที่มีปัญหา กันเรื่องเลือกตำแหน่งประธานสภา กทม. จนทำให้เกิดการตั้งคณะกรรมการสอบสวนการ กระทำผิดกันนั้น เป็นหน้าที่ที่จะต้องทำร่วมกันเพื่อส่วนรวม คิดว่าสมาชิกแต่ละคนจะแยกแยะเรื่องดังกล่าวได้ 

วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ใครเป็นใครมาดู! ผู้ที่ประกาศตัวชัดเจนแล้วว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.



1. พล... เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตรเคยควบแน่นกับ ปชป. ช่วงหลังมีข่าวในเรื่องการประมูลรถจักรยานยนต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเคยเป็นผู้บัญชาการปราบม๊อบหน้าบ้านป๊าเปรมที่เลือดตกยางออกกันระนาว



2. นายสุขุม วงประสิทธิ์ - เคยเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์เมื่อช่วง ปี 2551 ต่อมาร่วมกับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำธรรมยาตราทวงคืน 'พระวิหาร' ล่าสุด  เป็นเลขาธิการใหญ่สหธรรมิก 4 องค์กร เข้าร่วมม๊อบเสธ.อ้าย  (ผู้สมัครอิสระ)



3. นางธรณี ฤทธีธรรมรงค์ - ชื่อเดิม  นันทนา  วีระผล  ภรรยา  นายสารสิน  วีระผล  เคยขึ้นเวทีพันธมิตร  ให้เงินสนับสนุนม๊อบพันธมิตรไป 100.000.- บาท  (ผู้สมัครอิสระ)



4. นายโฆสิต สุวินิจจิต - อดีตประธานบริษัทมีเดียออฟมีเดียส์ ผู้ผลิตสื่อโทรทัศน์ชื่อดัง ปัจจุบันเป็น ประธานกรรมการบริษัทสปริง คอร์ปอเรชั่น จำกัด เจ้าของสถานีข่าวสปริงนิวส์



5. ร.อ.เมตตา เต็มชำนาญ (ตู่ ติงลี่ ) - อดีตนักรบแห่ง กรมทหารราบที่ 11 (ผู้สมัครอิสระ)



6. สุหฤท สยามวาลา (โต้ ) - ศิลปินแนว Electronica  เจ้าของฉายา พ่อมดอีเลคโทรนิค” (ผู้สมัครอิสระ)

"โฆสิต สุวินิจจิต" เจ้าพ่อสื่อชื่อดัง ประกาศลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.


นายโฆสิต สุวินิจจิต อดีตประธานบริษัทมีเดียออฟมีเดียส์ ผู้ผลิตสื่อโทรทัศน์ชื่อดัง เตรียมบวงสรวงศาลหลักเมือง เพื่อบอกกล่าวกับสิ่งศักดิ์ของเมือง ในการลงชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่จะมีขึ้นในต้นปีหน้า 2556

โดย นายโฆสิต ระบุว่า จะแถลงข่าวเกี่ยวให้ได้ทราบกันถึงสาเหตุในการลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. และนโยบายต่าง ๆ ในวันที่ 17 ธันวาคม เวลา 16.00 น. ณ ศาลา 8 เหลี่ยม สวนลุมพินี พร้อมจะตอบทุกคำถามที่ทุกคนสนใจ รวมไปถึงเรื่องที่เกี่ยวกับตำแหน่งที่ตนเป็นผู้บริหารธุรกิจสื่อ ถึงแม้กฏหมายจะไม่ได้ห้ามไว้ในช่วงรณรงค์หาเสียง แต่เมื่อลงตำแหน่งทางการเมืองก็ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับตำแหน่งสื่อหรือสัมปทานของรัฐ

นายโฆสิต นอกจากเป็นผู้ก่อตั้งสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ และเวทีไทย ในอดีตยังเป็นประธานบริษัทมีเดียออฟมีเดีย ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์บ้านเลขที่ 5 และที่นี่ประเทศไทย

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โครงการกทม.โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง เพื่อประชาชน ผลาญงบฯ หรือ PR ตัวเอง ??


เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วง 3 ถึง 4 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของวาระผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ ก่อนจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ หากเราไปย้อนดูโครงการต่างๆของกทม.ในช่วง 3 – 4 เดือนที่ผ่านมา เราจะเห็นว่ามีโครงการเล็กๆ ถึงโครงการขนาดกลางๆ ใช้งบหลักล้าน ถึง หลายสิบล้านอยู่หลายโครงการครับ ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ เช่น โครงการปรับปรุงบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ เพิ่มห้องน้ำ เพิ่มกล้องวงจรปิด โครงการปรับปรุงห้องนำวัดและสถานที่ท่องเที่ยว โครงการซ่อมบำรุงถนน ขุดลองคูคลองต่างๆ ไหนจะโครงการสวนสาธารณะแห่งใหม่งบ 50 ล้านย่านวัชรพล

            แน่นอนครับโครงการเหล่านี้มองอย่างไรหลายๆโครงการก็สมควรทำ และเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน แต่ทั้งนี้โครงการเหล่านี้แม้จะใช้งบหลักล้านถึงหลายสิบล้าน ซึ่งถือว่าเป็นงบประมาณจำนวนไม่เยอะ แต่เมื่อมีหลายๆโครงการมันก็บวกกันขึ้นไปที่ตัวเลขรวมหลักร้อยล้าน มันจึงนำไปสู่การตั้งคำถามว่าทำไมโครงการเหล่านี้มาผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนหมดสมัยของผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ เป็นโครงการที่มีเจตนาเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนจริงๆหรือเพื่อใช้งบที่เหลืออยู่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ใด?

            นี่ยังไม่มองไปที่การบริหารจัดการที่ไม่โปร่งใสของกทม.ในยุคของผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ ที่หลายๆโครงการเริ่มจะหางโผล่ เช่น โครงการสร้างสนามฟุตซอลอารีนาที่กำลังถูกตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง โครงการก่อสร้างถนนหทัยราษฏร์ซึ่งมีปัญหาการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ แถมยังมีข้อสงสัยเรื่องงบประมาณรวมทั้งบริษัทผู้รับเหมา ไหนจะโครงการอื่นๆที่ถูกตรวจสอบ แล้วแบบนี้จะไม่ให้ประชาชนอย่างพวกผมตั้งคำถามต่อผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ได้อย่างไร ทั้งกรณีโครงการที่มีปัญหาเรื่องความโปร่งใส และโครงการใหม่ๆที่ผุดเป็นดอกเห็ดในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนหมดสมัยของผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ ว่าเป็นการใช้งบประมาณเพื่อใคร? และที่สำคัญโครงการเหล่านี้จะสำเร็จแล้วเสร็จหรือไม่? หรือจะปล่อยเลยตามเลย ถ้าได้กลับมาก็ค่อยหมกปัญหาไว้อีก 4 ปี ถ้าไม่ได้กลับมาก็ถือเป็นปัญหาของผู้ว่าฯคนใหม่ที่ต้องเข้ามารับภาระแก้ไขให้?

            หรือหากจะไม่มองที่ความโปร่งใส แล้วมองไปที่การเร่งทำโครงการต่างๆเพื่อประชาสัมพันธ์ตนเองของผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ก็อาจมองได้ เพราะป้ายมองได้ว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ตนเองของผู้ว่าฯสุขุมพันธ์ก็มีเยอะมาก จนหลายฝ่ายก็เคยตั้งข้อสังเกตเรื่องการใช้งบประมาณเพื่อประชาสัมพันธ์ตนเองของผู้ว่าฯสุขุมพันธ์ แม้แต่กทม.เองก็ยังเคยออกมาให้ข่าวว่ามีการถอนป้ายประชาสัมพันธ์เหล่านี้ออกแล้ว เพื่อความเป็นกลางในการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.

          สุดท้ายอยากจะถามประชาชนชาวกรุงเทพฯเพื่อนร่วมเมืองของผมจริงๆว่า ตั้งแต่ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์แกมาเป็นผู้ว่าฯ เวลามีปัญหาทั้งเรื่องทั่วไป และเรื่องทุจริต แกเคยตอบอะไรตรงๆ หรือแสดงความรับผิดชอบบ้างหรือไม่? 
                                                                                                            

                                          Watr Hacker


วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ปชป.หน้าแหก ! กกต. ชี้ชัด “พงศพัศ” ปฏิบัติหน้าที่ปปส.ไม่ผิด! ก่อนลงผู้ว่าฯ


BangkokElection2013 (วันที่ 6 ธันวาคม 2555)  -  พ.ต.อ.วรกร ทิมาตฤกะ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม  ที่ผ่านมา ถึง กรณี พรรคประชาธิปัตย์จะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ฟ้องต่อกกต. ว่า แม้จะยังไม่มีประกาศจากพรรคเพื่อไทยว่าจะส่ง พล.ต.อ.พงศพัศ ลงเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. แต่ก็สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต.ได้ 2 ช่องทาง ผ่าน กกต.ส่วนกลาง ที่จะส่งไปยังกกต.ประจำกรุงเทพฯได้พิจารณา หรือยื่นตรงผ่านกกต.ประจำกรุงเทพฯโดยตรง ซึ่งคณะทำงานจะพิจารณาว่าการกระทำของบุคคลนั้น ขัดหรือฝ่าฝืนกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่ ก็ต่อเมื่อได้มีการประกาศวันเลือกตั้งที่ชัดเจนออกมา นอกจากนี้หากไม่มีผู้มาร้องเรียน ทางกกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยก็ได้ดำเนินการติดตามข้อมูลอยู่ตลอดเวลา หากความปรากฎหรือมีหลักฐานพอเพียงว่าการกระทำของบุคคลใดส่อไปในทางทุจริตการเลือกตั้ง แต่ที่เห็นในกรณี พล.ต.อ.พงศพัศ นั้น ก็เป็นการทำตามหน้าที่ด้านการปราบปรามยาเสพติดอย่างเป็นปกติไม่มีมูลเหตุต้องสงสัยใดๆ

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

“โต้ สุหฤท” แย้มแผนนโยบายยืนยันสมัครผู้ว่าฯกทม. ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว


โต้ สุหฤท สยามวาลา ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โพสต์เฟซบุ๊ก "DJ Suharit Siamwalla" ว่า ขอประกาศนโยบายสัก 4 ข้อ เพื่อยืนยันตัวตนในการลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ และทำอย่างจริงใจ ดังนี้

           1. เรื่องการศึกษา แนวคิดคือ เลิกหัวเกรียน ท่องเท่าที่จำเป็น ไม่มีข้อสอบ ตนมีความเชื่อว่า การพัฒนาของเด็กในสังกัด กทม. ที่เป็นอนาคตของชาติ ไม่ควรอยู่ในกรอบเดิมๆ กรอบที่มีความหยุมหยิมในเรื่องที่ไม่พัฒนาสมองให้พร้อมกับการเป็นอนาคตของโลก โรงเรียนในสังกัด กทม. ต้องเป็นตัวอย่างของการพัฒนา จิตใจ ความรู้ และพัฒนาสมอง เพื่อให้เด็ก กทม. เก่งสุดฤทธิ์ และพูดได้มากกว่าหนึ่งภาษา จีน ญี่ปุ่น อังกฤษ เลือกเอา

           2. Boutique Bangkok คือ การมีเมืองสวย เมืองที่น่าอยู่ มีผังเมืองที่ดี กทม. ไม่ควรมีแต่การเจริญทางด้านวัตถุ ควรจะมีพื้นที่กิจกรรม มีโอกาส และมีเวลาให้คนกรุงเทพฯ เปิดชีวิตอีกด้าน จะเป็นเรื่องศิลปะ การแสดงความคิดสร้างสรรค์ และความสุนทรีย์ในชีวิต ยังมีความตื่นเต้นอีกมากที่ทำได้ ทุกคนมีชีวิตสองด้านที่จะประกอบกันให้มีความสุขได้

           3. กรุงเทพฯ ต้องเป็น City of Angles ผู้หญิงใน กทม. ตนต้องเทคแคร์ ต้องได้รับเกียรติ ได้รับความสุขทั้งจิตใจและร่างกาย มีความปลอดภัย แนวคิดเรื่องนี้ คือ ทุกบ้านมีผู้หญิง และถ้าผู้หญิงในบ้านมีความสุขเชื่อว่า ทุกคนในบ้านจะมีความสุข

           4. 50 เขต 50 ไอเดียสร้างสรรค์ เพื่อให้ กทม. พัฒนาสุดฤทธิ์ ตนมองกรุงเทพฯ เป็นประเทศหนึ่งที่มีกรุงเทพฯ น้อย ๆ อีก 50 กรุงเทพฯ แต่ละเขต แต่ละที่ มีเสน่ห์ของตนเอง การบริหารงานต้องกระจายอำนาจออกไปให้ข้าราชการ และผู้อำนวยการเขตมีอิสระในการทำงานมากขึ้น จะรวดเร็วขึ้นมากถ้าเขาเก่ง และไม่มีใครรู้สภาพในเขตได้ดีเท่าข้าราชการประจำเขต มีปัญหานึกถึงเขาก่อน และตนจะผลักดันอย่างสุดฤทธิ์ ไม่หวงอำนาจ

วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555

“พงศพัศ” แจง"เทพไท" ปัดลักไก่หาเสียง รับต้องคิดหนัก หาก พท.จะส่งชิงผู้ว่าฯกทม.


BangkokElection2013 (วันที่ 2 ธันวาคม 2555) - จากกรณีที่ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาถึงกรณีที่คาดการณ์ว่าพรรคเพื่อไทยจะอนุมัติส่ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการ ป.ป.ส. ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคเพื่อไทย พร้อมกับกล่าวหา พล.ต.อ.พงศพัศ ว่า ได้มีการนำโฆษณาแฝงโดยใช้งบของราชการผ่านโครงการบ้านอุ่นรักนั้น

ล่าสุด พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า เพิ่งทราบข่าวนี้ผ่านสื่อเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อมาจากพรรคเพื่อไทย เพื่อทาบทามให้ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด ส่วนโครงการดังกล่าว ยืนยันว่าทำเพื่อประชาชน ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งตนทำตามหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบในฐานะข้าราชการที่ต้องปฏิบัติเพื่อความสงบสุขของประชาชน และยืนยันว่าจะทำต่อไป

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า หากพรรคเพื่อไทยติดต่อมาให้ลงสมัครผู้ว่าฯ จริง จะทำอย่างไร พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า อยู่ที่การตัดสินใจของ 2 ฝ่าย คือ ทางพรรค และตนเอง เป็นเรื่องของอนาคต หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ต้องลาออกจากการรับราชการ ซึ่งเป็นเรื่องที่คิดหนัก เพราะรับราชการตำรวจมาทั้งชีวิต แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้อยากขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อพี่น้องประชาชนเท่านั้น

พท.ยังเก็บตัวผู้สมัคร กทม. เตรียมเปิดตัวก่อนเลือกตั้ง


BangkokElection2013 (วันที่ 2 ธันวาคม 2555) - ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษก พท. แถลงว่า กรณีมีการเสนอข่าวว่า มีการเสนอชื่อผู้สม้ครผู้ว่าฯกทม.ในนามพท. อยู่หลายชื่อทั้งชื่อของพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และเสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทยนั้น ขณะนี้ พท.และกรรมการบริหารพรรคยังไม่ได้รับการเสนอชื่อจากโซนกทม.ทั้ง3 โซนแต่อย่างใด โดยเชื่อว่าผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ที่มีความพร้อมที่จะทำงานหนักให้พรรค ซึ่งงานกทม.เป็นงานหนัก พท.จะต้องส่งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในการแก้ปัญหา ทั้งนี้ หากมีการเสนอชื่อเข้ามาทางกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาได้ทันที ยืนยันจะมีการเปิดตัวผู้สมัครก่อนมีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 แน่นอน หากมีการเสนอชื่อมากกว่า 1 ชื่อเข้ามาทางกรรมการบริหารพรรคก็อาจมีการสำรวจคะแนนนิยมโดยให้ประชาชนพิจารณาก่อนจึงจะให้พรรคพิจารณาตัวผู้สมัครที่จะลงเลือกตั้ง

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เพื่อไทยเคาะแล้ว ส่ง "พงศพัศ" ชิงผู้ว่าฯกทม.


BangkokElection2013 (วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าความคืบหน้าในการคัดเลือกผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคเพื่อไทย ล่าสุดได้ตัดสินใจจะส่ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. และเลขาธิการ ปปส. ลงรับเลือกตั้ง โดยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้พรรคให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อาสาที่จะลงมาดูแลในภาพรวมทั้งด้านนโยบายจนถึงการคัดเลือกตัวผู้สมัครด้วยตนเองด้วย เพื่อที่จะได้ทำงานสอดรับกันระหว่างนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของกทม. ส่วนเหตุผลที่พรรคเลือกพล.ต.อ.พงศพัศนั้น เนื่องจากทั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและน.ส.ยิ่งลักษณ์ไว้วางใจและให้ความเห็นชอบ โดยจะชูจุดขายตรงที่พล.ต.อ.พงศ์พัศมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของประชาชน และมีผลงานด้านสังคมโดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติด ที่สอดรับกับนโยบายของพรรคเพื่อไทย ขณะที่นโยบายที่จะใช้หาเสียงนั้นจะออกนโยบายมาใหม่เพื่อชาวกทม.โดยเฉพาะ ซึ่งจะเน้นการแก้ไขปัญหาจราจร ด้านสังคม และการปราบปรามยาเสพติดที่เป็นจุดแข็งของพล.ต.อ.พงศพัศ

หลังเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้ว พรรคมีแผนที่จะเปิดตัวพล.ต.อ.พงศพัศอย่างเป็นทางการ แม้ว่าขณะนี้จะยังมีตำแหน่งสำคัญอยู่ 2 ตำแหน่งคือ รองผบ.ตร.และเลขาธิการปปส.ด้วยก็ตาม โดยเร็วๆ นี้พรรคจะแจ้งให้พล.ต.อ.พงศพัศลาออกจากทั้ง 2 ตำแหน่งดังกล่าว ภายใต้สัญญาใจเบื้องต้นกับแกนนำพรรคว่า หากพลาดท่าพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยจะผลักดันให้อยู่ในตำแหน่งเดิมหรือมอบตำแหน่งบอร์ดสำคัญในองค์กรรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐให้เพื่อเป็นการทดแทน ทั้งนี้ พรรคเตรียมจะติดตั้งบิลบอร์ดขนาดใหญ่กว่า 200 จุดทั่วกทม. พร้อมทั้งสติ๊กเกอร์ที่กระจายไปให้กับส.ส. ส.ก. และส.ข.ของพรรคเพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือพล.ต.อ.พงศพัศในการหาเสียงในเร็วๆ นี้อีกด้วย อีกทางหนึ่งไว้แล้ว โดยใช้แนวคิด "รัฐบาลเพื่อไทย พร้อมรับใช้คนกทม."

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เพื่อไทย เคาะผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พร้อมเปิดตัว


BangkokElection2013 (วันที่ 29 พฤศจิกายน 2555) -  ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจและเข้าสู่ช่วงปิดสมัยประชุมรัฐสภา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ส.ส.และผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ไปชี้แจง ทำความเข้าใจกับประชาชนในประเด็นต่างๆ ที่ประชาชนยังสงสัยเกี่ยวกับการอภิปราย โดยเฉพาะคืนวันสุดท้ายที่นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์ ประธานวิปฝ่ายค้านลักไก่โจมตีนโยบายรัฐบาลโดยที่อยู่นอกเหนือญัตติอภิปรายและยื่นถอดถอน เช่น นโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท กล่าวหาในช่วงสรุปเพื่อปิดอภิปราย รัฐบาลจึงไม่มีโอกาสชี้แจงซึ่งอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้รัฐมนตรี โดยเฉพาะผู้ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจอธิบายต่อสังคมในข้อกล่าวหาของพรรคฝ่ายค้าน

รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ยังกล่าวว่า นอกจากนี้กิจกรรมสำคัญของพรรคหลังจากนี้คือการรณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ซึ่งขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้กับโซนต่างๆนำไปปฏิบัติ ภายใต้สโลแกนที่ว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมรับใช้ชาว กทม. ส่วนตัวผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.นั้น พรรคมีตัวเลือกและพร้อมเปิดตัว เพียงแค่รอทีมยุทธศาสตร์ของพรรคพิจารณาเวลาที่เหมาะสมและพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนโยบายเป็นอันดับแรก จึงมีความมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะประสบผลสำเร็จ

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

กทม. เตรียมใช้อีก 34 ล้าน ปิดซ่อมสะพานไทย-เบลเยี่ยม 8 เดือนเริ่มธค.


BangkokElection2013 (วันที่ 28 พฤศจิกายน 2555) -  นายประสาร พิทักษ์วรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างและบูรณะ สำนักการโยธา กทม. เปิดเผยความคืบหน้าโครงการปิดซ่อมบำรุงสะพานข้ามแยกไทย-เบลเยี่ยม ถนนพระราม 4 ว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ส่งรายงานสรุปผลการสำรวจความเสียหายของตัวสะพานมาให้แล้ว พบความเสียหายส่วนใหญ่เป็นบริเวณรอยต่อสีทาตัวสะพานและระบบระบายน้ำ ซึ่งจะมีการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด โดยหลังจากซ่อมแซมเสร็จแล้ว สะพานโฉมใหม่จะแตกต่างจากของเดิมที่ไม่ได้บูรณะมากว่า 20 ปี จะมีแบริเออร์ ที่เป็นวัสดุอะลูมิเนียม พร้อมทั้งติดตั้งไฟส่องสว่างบนสะพานและด้านล่างด้วย ซึ่งการปรับปรุงจะใช้งบประมาณประมาณ 34 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกับผู้รับเหมา เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถปิดปรับปรุงซ่อมแซมได้ ภายในกลางเดือนธ.ค.นี้ และจะใช้เวลาซ่อมแซม 240 วัน จึงจะแล้วเสร็จ

นายประสาร กล่าวด้วย นอกจากนี้ สำนักการโยธา ยังมีแผนซ่อมแซมและปรับปรุงสะพานต่างๆ ที่อยู่บนถนนเพชรบุรี อีก 3 สะพาน ประกอบด้วย

1.สะพานลอยข้ามแยกประตูน้ำ
2.สะพานลอยข้ามแยกราชเทวี
3.สะพานลอยข้ามแยกยมราช

อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินราคาและทำการออกแบบสะพานต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถเปิดประมูลหาตัวผู้รับเหมาได้ ทั้ง 3 สะพาน ภายในเดือน ก.พ.2556 ก่อนเริ่มงานจริงในเดือนพ.ค.-มิ.ย.2556 โดยจะใช้เวลาดำเนินการปรับปรุงและซ่อมแซม 360 วัน

ระทวย ! “สภา กทม.” เลื่อน ! จ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม 5,000 ล.


BangkokElection2013 (วันที่ 28 พฤศจิกายน 2555) - นายพิพัฒน์ ลาภปรารถนา ประธานสภากรุงเทพมหานคร ประชุมสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2556 ตามที่คณะผู้บริหาร กทม. ขอความเห็นชอบให้กรุงเทพมหานคร นำเงินจ่ายขาดเงินสะสมกรุงเทพมหานครจำนวน 5 พันล้านบาท เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 จำนวน 1,142 ล้านบาท รวมถึงการนำไปบริหารจัดการตามภารกิจด้านการระบายน้ำในโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองบางซื่อ จากคลองลาดพร้าวถึงแม่น้ำเจ้าพระยา และการปรับปรุงถนนคุ้มเกล้า เขตมีนบุรี และเขตลาดกระบัง

นอกจากนี้ ยังนำไปใช้ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับบุคลากรทางด้านการศึกษาในสังกัด กทม. อีกประมาณ 3 พันล้านบาท ซึ่งวาระดังกล่าวในที่ประชุมสภา กทม. มีมติเห็นชอบให้คณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร นำไปพิจารณาให้เกิดความรอบคอบแล้วนำกลับมา เพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาภายใน 45 วันอีกครั้ง

ด้าน นายสุทธิชัย วีระกุลสุนทร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้เสนอญัตติขอให้ กทม. ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาการจัดวางผังเมืองเชิงรุก เนื่องจากปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอต่อการรองรับการขยายตัวของเมือง ฉะนั้นควรให้มีการพิจารณารูปแบบผังเมืองให้เหมาะสมกับกรุงเทพมหานคร และพิจารณาจัดระบบผังเมืองนำร่องในเขตพื้นที่ชั้นนอก

ทั้งนี้ ที่ประชุมสภามีมติเห็นชอบในหลักการ พร้อมตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาการจัดวางผังเมืองเชิงรุกของ กทม. ด้วย